ความรู้เรื่องเกษตร

   

 ทำอย่างไรให้อ้อยที่ปลูกมีความหวานเพิ่มมากขึ้น




 


    น้ำเป็นปัจจัยการผลิตหลักที่มีผลต่อการเพิ่มผลผลิตอ้อย หากอ้อยได้รับน้ำอย่างเพียงพอตลอดช่วงการเจริญเติบโตผลผลิตอ้อยจะได้ไม่ต่ำกว่า 15 ตันต่อไร่อ้อยต้องการน้ำเพื่อใช้ ในการเจริญเติบโตและสร้างน้ำตาล อ้อยที่ขาดน้ำจะเจริญเติบโตช้าผลผลิตต่ำ และให้ความหวานต่ำ วันนี้เรามีวิธีการให้น้ำกับอ้อยที่ถูกต้องมาฝากครับ


การให้น้ำที่เหมาะสม(ระยะความต้องการน้ำของอ้อยไว้ 4 ระยะดังนี้ครับ


1. ระยะตั้งตัว (0-30 วัน) เป็นระยะที่อ้อยเริ่มงอกจนมีใบจริง และเป็นตัวอ่อน ระยะนี้อ้อยต้องการน้ำในปริมาณไม่มากเพราะรากอ้อยยังสั้นและการคายน้ำยังมีน้อย ดินจะต้องมีความชื้น พอเหมาะกับการงอกถ้าความชื้นในดินมากเกินไปตาอ้อยจะเน่า ถ้าความชื้นในดินน้อยเกินไป ตาอ้อยจะไม่งอกหรือถ้างอกแล้ว ก็อาจจะเหี่ยวเฉาและตายไป ในระยะนี้การให้น้ำอ้อยควรให้ในปริมาณน้อยและบ่อยครั้งเพื่อทำให้สภาพความชื้นดินเหมาะสม

2. ระยะเจริญเติบโตทางลำต้น (31-170 วัน) ระยะนี้รากอ้อยเริ่มแพร่กระจายออกไปทั้งในแนวดิ่งและแนวระดับ เป็นระยะที่อ้อยกำลังแตกกอและสร้างปล้องเป็นช่วงที่อ้อยต้องการน้ำมากถ้าอ้อยได้รับน้ำในปริมาณที่เพียงพอในระยะนี้ จะทำให้อ้อยมีจำนวน ลำต่อกอมาก ปล้องยาวทำให้อ้อยมีลำยาว และผลผลิตสูง การให้น้ำ จึงต้องให้บ่อยครั้ง


3. ระยะสร้างน้ำตาลหรือช่วงสร้างผลผลิต (171-295 วัน) ช่วงนี้พื้นที่ใบอ้อยที่ใช้ประโยชน์ได้จะน้อยลงอ้อยจะคายน้ำน้อยลง และตอบสนองต่อแสงแดดน้อยลง จึงไม่จำเป็นต้องให้น้ำบ่อย ให้เฉพาะช่วงที่อ้อยเริ่มแสดงอาการขาดน้ำ


4. ระยะสุกแก่ (296-330 วัน) เป็นช่วงที่อ้อยต้องการน้ำน้อย และในช่วงก่อนเก็บเกี่ยว 6-8 สัปดาห์ ควรหยุดให้น้ำ เพื่อลดปริมาณน้ำ ในลำต้นอ้อยและบังคับให้น้ำตาลทั้งหมดในลำอ้อยเปลี่ยนเป็นน้ำตาลซูโครส


การเลือกระบบการให้น้ำอ้อยมีหลายแบบ ดังนี้

1.             1. การให้น้ำแบบร่อง(Furrow irrigation)

2.              2. การให้น้ำแบบพ่นฝอย (Sprinklerirrigation)

3.              3. การให้น้ำแบบน้ำหยด (Dripirrigation)


เกษตรกรสามารถให้น้ำกับอ้อยได้หลายวิธีตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่ครับ 

ผู้เข้าชม : 446